วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

ความแตกต่างระหว่างการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนไทยประยุกต์

การแพทย์แผนไทย กับ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ นั้นมีความแตกต่างกันชัดเจน คือ การแพทย์แผนไทย จะเน้นการวินิจฉัย การรักษา และการจ่ายยา ด้วยหลักการของการแพทย์แผนไทย และจ่ายยาด้วยสมุนไพร แต่มีข้อจำกัดในการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบตะวันตก  ส่วนการแพทย์แผนไทยประยุกต์เป็น หลักสูตรที่ต้องร่ำเรียนหลักวิชาการทางการแพทย์แผนตะวันตก สามารถใช้เครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้บางอย่าง (ตามที่ข้อกฎหมายกำหนด) รวมถึงวินิจฉัยตามหลักการแพทย์ แต่ขั้นตอนในการรักษาต้องรักษาด้วยยาแผนไทยเท่านั้น  และที่สำคัญการสอบใบประกอบโรคศิลปะจะต้องขึ้นทะเบียนกันคนละสาขากัน

การเรียนการสอนสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ มีที่ไหนบ้าง ?

ปัจจุบัน มีคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์เกิดขึ้นมากมาย มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ได้จัดการเรียนการสอนทางด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นการยกระดับการแพทย์แผนไทยให้มีระเบียบ ระบบ และแบบแผนเพิ่มมากขึ้นจากในอดีต
มหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์
-    คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
(หลักสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์)
-    คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์)
-    คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
(หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์)
-    วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร มหาวิทยาลัยบูรพา
(หลักสูตรแพทย์แผนไทยประยกตุ์บัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์)
-    คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยนเรศวร
(หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์)
-    สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
(หลักสูตรแพทย์แผนไทย)
-    สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
(หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์)
-     คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
(หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์
 

แล้วเรียนการแพทย์แผนไทยประยุกต์เป็นอย่างไร ?

สำหรับการเรียนการแพทย์แผนไทยประยุกต์นั้น คือ การแพทย์อีกสาขาหนึ่ง ที่พัฒนาและยกฐานะจากการแพทย์แผนไทยโบราณให้มีความเป็นวิทยาศาสตร์และมีหลัก วิชาการมาอธิบายรองรับ ครึ่งหนึ่งขององค์ความรู้
แพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องร่ำเรียนหลักวิชาการทาง การแพทย์แผนตะวันตก สามารถใช้เครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้บางอย่าง (ตามที่ข้อกฎหมายกำหนด) สามารถวินิจฉัยตามหลักการแพทย์ เพียงแต่เมื่อถึงขั้นตอนในการรักษานั้น ต้องรักษาด้วยยาแผนไทยเท่านั้น นอกจากนั้นยังสามารถทำคลอดและให้การบำรุงแม่และทารก ตามแนวทางการแพทย์แผนไทยเพื่อส่งเสริมสุขภาพได้
 
ผู้จบการศึกษาสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ต้องสอบใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ โดยเฉพาะเสียก่อน จึงจะเป็นแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่สมบูรณ์และถูกต้อง  คือสามารถให้การรักษาแก่ผู้ป่วย และปฏิบัติงานในโรงพยาบาลได้อีกด้วย

การเรียนการสอนสาขาการแพทย์แผนไทย มีที่ไหนบ้าง ?

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการผลิตบัณฑิตในสาขาการแพทย์แผนไทยมากขึ้นโดยมหาวิทยาลัยที่ เปิดสอนการแพทย์แผนไทย มีดังนี้
 
-    คณะการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต
(หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนตะวันออก)
-    คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
(หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทย)
-    คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วิทยาเขตปทุมธานี (หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทย)
-    โครงการจัดตั้งคณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
(หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทย)
-    วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
(หลักสูตรแพทย์แผนไทยบัณฑิต สาขาการแพทย์แผนไทย)

การแพทย์แผนไทย เรียนอะไรกัน ?

  

     การแพทย์แผนไทย หรือ การแพทย์แผนโบราณ (Thai Traditional Medicine) เป็น ความพยายามจะอธิบายภาวะต่างๆที่เกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งสภาวะปกติ และสภาวะที่ผิดปกติ(เป็นโรค)ครับ โดยใช้ทฤษฎีความสมดุลของธาตุต่างๆในร่างกายเข้ามาอธิบาย ผสมผสานองค์ความรู้จากอินเดีย พุทธศาสนา และองค์ความรู้ที่เราพัฒนาขึ้นมาเอง โดยบรมครูการแพทย์แผนไทย คือ ท่านชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำตัวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง
 

     กระบวนการทางการแพทย์แผนไทย จะเกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บำบัด หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์หรือสัตว์ การผดุงครรภ์ การนวดไทย และหมายรวมถึงการเตรียมการผลิตยาแผนไทย ประดิษฐ์อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ โดยอาศัยความรู้หรือตำราที่ได้ถ่ายทอดและสืบต่อกันมา

    โดยการแพทย์แผนไทยอาจจะไม่มีองค์ความรู้ด้านกลไกการเกิดโรค และเทคนิคทางศัลยกรรมมากนัก แต่ต้องมีองค์ความรู้ด้านกลวิธีทางคลินิก เช่น การซักประวัติ และการรักษาด้วยยา เพียงแต่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ทางคลินิก (Evidence-based clinical knowledge) ซึ่งก็มาจากกฎข้อบังคับตามใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย ที่ว่า "มิให้แพทย์แผนไทยกระทำการอันเป็นวิทยาศาสตร์ใด ๆ" นั่น เอง ทำให้ไม่สามารถมีการตั้งสมมติฐานและวิจัยได้อย่างเต็มที่ แต่ในปัจจุบันสาขาวิชาชีพนี้เป็นที่นิยมแก่การทำการศึกษาของชาวต่างชาติ เพิ่มมากขึ้นทุกปีทีเดียว เพราะเอกลักษณ์และความน่าสนใจในตัวศาสตร์ น้องๆที่สนใจเรียนในอนาคตอาจจะได้ไปทำงานในต่างประเทศก็เป็นได้